จิตวิญญาณทางเลือก สาธารณะ
[search 0]

ดาวน์โหลดแอปเลย!

show episodes
 
ธรรมะโดยฆราวาส เพื่อการมีสติ รู้กายรู้ใจ ตามความเป็นจริงด้วยจิตที่ตั้งมั่นแลเป็นกลาง ตามแนวทางปฏิบัติของหลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช วัดสวนสันติธรรม ศรีราชา
 
Loading …
show series
 
"ก่อนที่จะเริ่มภาวนาก็รู้สึกตัวก่อน ให้อยู่กับความรู้สึก ให้อยู่กับความรู้สึกตัว อย่าเพิ่งทำความสงบซะทีเดียว อยู่กับความรู้สึกตัวให้ชัดเจน ให้รู้สึกตัวชัดเจน สบายๆก่อน แล้วค่อยเริ่มภาวนา ทำสมาธิที่เราทำ แล้วก็สังเกตว่าจิตเราไม่ได้ถูกดัดแปลง" --คุณณพัทธ์พล คุณาธนะเศรษฐ์ คอร์สการเจริญสติในชีวิตประจำวัน กฟผ. ๒๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓…
 
"ในทุกการกระทำของเรามีกิเลสแฝงอยู่ หัดดูไป มันเป็นประโยชน์ เราจะได้เห็นกิเลสตัวนั้นถูกรู้ เห็นกิเลสตัวนั้นเป็นไตรลักษณ์ เพราะถ้าเราไม่รู้ทัน กิเลสมันย้อมใจเรา มันก็แช่ไปเรื่อยๆ การภาวนาของเราบางทีก็ดูเหมือนไม่พัฒนา ไม่คืบหน้า ที่จริงแล้วมีกิเลสให้ดูตลอดเวลาเลย แต่มันค่อนข้างจะละเอียดขึ้น เวลาภาวนาไปช่วงหนึ่ง กิเลสหยาบๆ จะไม่ค่อยให้เห็นแล้ว จะมีก็เว…
 
"ฝึกรู้สึกตัวไป ไม่ต้องถามว่าฝึกไปถึงเมื่อไร เมื่อไรก็เมื่อเข้าใจธรรมะนั่นแหละ ฝึกไปไม่เลิก นี่คือสิ่งที่ทำประโยชน์ให้กับตนเอง เราเกิดมาเป็นมนุษย์ทั้งทีแล้ว มันไม่เป็นกันได้ง่ายๆ สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือการพัฒนาจิตใจของตัวเราที่เรารักมาก แล้วในที่สุดเราจะพ้นจากทุกข์ทั้งปวง เพราะต่อให้เราได้อะไรมากมายอย่างที่เราต้องการ แต่ลึกๆ แล้วก็มีความทุกข์อยู่ต…
 
"เราลองนึกดูว่าในชีวิตประจำวันเรามีสติจริงๆ กี่ครั้ง มันวัดเลยว่าเราอยู่ใกล้หรืออยู่ไกลมรรคผล เนี่ยตัววัดจริงๆ ไม่ใช่ว่าเราภาวนาแล้วเข้าฌานได้ ตัวที่วัดได้จริงๆ คือเรามีสติได้มากขนาดไหน รู้สึกตัว เห็นกิเลสของตัวเองมากแค่ไหน นั่นแหละเป็นตัววัด เพราะว่าถ้าเราภาวนาแล้วไม่ลงมาที่จิตที่ใจ มันก็ไม่ไปไหน การพัฒนาของจิตเราไม่ได้เกิดจากที่ว่าเราทำอะไรได้มาก…
 
"ถ้าอยากภาวนาให้เห็นผลเร็ว ไม่ต้องไปคิดถึงผล คิดอยู่แค่ปัจจุบัน ทำปัจจุบันของเรา ฝึกสัมมาสติ ฝึกให้มีสัมมาสมาธิ เรื่องเดินปัญญาไม่ใช่เรื่องยาก ไม่ต้องทำอะไรมาก มันก็จะเดินปัญญาไปของมันได้ง่ายๆ พอถึงขั้นนี้แล้ว ขั้นตอนที่เหลือคือทำบ่อยๆให้เกิดบ่อยๆ ส่วนจะบรรลุเร็วหรือช้า ขึ้นอยู่กับบารมีที่เราสะสมมาส่วนหนึ่ง กับที่เราทำปัจจุบันส่วนหนึ่ง" --พระอาจารย…
 
"สมถะกรรมฐาน จิตไม่ดีทำให้ดี จิตไม่สงบทำให้สงบ จิตไม่มีกำลังต้องเอามาพัก พอเราสงบ เราพักพอแล้ว จิตจะมีกำลังขึ้นมา มีความตั้งมั่น ตรงนี้แหละที่เราเรียกว่า "เตรียมความพร้อมของจิต" เพื่อจะขึ้นวิปัสสานากรรมฐาน มาเรียนรู้กายและใจตามความเป็นจริงอย่างที่เค้าเป็น" --คุณมาลี ปาละวงศ์ ชมรมกัลยาณธรรม ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓…
 
"อย่าไปตั้งความหวังมาก อยู่กับปัจจุบัน ปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด รักษามาตรฐานใน 1 หน่วยของปัจจุบันขณะให้ดีที่สุด มันก็จะดีเอง อย่าไปมองไปข้างหน้า แล้วก็พยายามจะทำให้มันได้ พยายามอยู่ที่ไหน ก็ล้มเหลวอยู่ที่นั่น ทำที่ปัจจุบันขณะให้มันดี ก้าวที่ 1 ให้มันถูกตลอดนะ ก็กลับไปว่าวางจิตอย่างไร แค่สะเทือนให้เห็น เนี่ย 1 ก้าว ก้าวแรกต่อไปอย่างนี้ถูก ก้าวต่อไปก็ก…
 
"จุดประสงค์คือ ให้รู้ชัด จิตตั้งมั่น รู้สึกชัดคือ ตัวรู้เมื่อจิตถึงฐาน ความสงบมีอยู่ แต่ต้องมีพร้อมความรู้สึก ถ้าใจไปสนใจความสงบอย่างเดียวจะเป็นนิ่ง" --คุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ คอร์สสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ในภาคปฏิบัติ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
 
"สมาธิมีคุณค่า จำเป็นนะ ดังนั้นถ้าทำรูปแบบได้ทุกวัน ออกมาใช้ชึวิตในชีวิตประจำวันจะสบายเลย ตามดู เก็บแต้มอย่างเดียว ออกมาก็เก็บแต้มต่อ กลับบ้านไปก็ไม่ฟุ้งซ่าน เพราะมันดูได้เยอะ มันไม่ได้ทั้งวันหรอก แต่มันดูได้เยอะขึ้น และดูง่าย มันเห็นอะไรง่าย สบาย ไม่ต้องใช้ความพยายาม ไม่ต้องคาดเดาว่า เอ๊ะ เมื่อกี้ เห็น ใช่หรือเปล่านะ คำนี้จะไม่ค่อยมี พอดูง่ายมันก็…
 
"ถ้าจิตมีความสุข ให้เห็นว่า จิตที่มีความสุขนั้นเป็นเวทนา จิตที่มีความรู้สึก ในความรู้สึกไม่ได้มีความสุข จิตที่มีความรู้สึกมันแค่รู้อย่างเดียว จิตที่มีความสุขเป็นอีกจิตหนึ่ง ซึ่งมีอำนาจที่ทำให้จิตมันไหล หลง เข้าไป ความสุขนั้นอาจจะรวมถึง ปีติ ปีติ ก็คือความสุขอย่างหนึ่ง แต่เป็นสภาวะที่มันหยาบและรุนแรงกว่าสภาวะของเวทนาที่เรียกว่าสุข ถ้ายังไม่เห็นปีติห…
 
"จริงๆ ไม่ต้องการอะไรเลย ต้องการมี รู้สึก กับสิ่งที่ถูกรู้ เท่านั้นเอง ทุกอย่างเป็นสภาวะหมด จะสงสัย ก็เป็นสิ่งที่ถูกรู้ สงสัย รู้ว่าสงสัย ถูกเลย" --คุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ คอร์สสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ในภาคปฏิบัติ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
 
"บริกรรมอย่าพยายามมุ่งเอาความสงบ บริกรรมแค่แตะๆ เป็นฉากๆ ถ้าบริกรรมจับให้สงบ เวลามันเผลอ มันเผลอแรง มันจะดีดกลับแรง ต้องแตะเบาๆ ให้เป็น Background แล้วพอมันลืม มันจะเห็นเร็ว" --คุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ คอร์สสัมมาสติ สัมมาสมาธิ ในภาคปฏิบัติ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
 
"ไม่ว่าจะทำวิธีไหนก็ตาม ลักขณูปณิฌานต้องทำให้ได้เสียก่อน แม้จะเติมอะไรที่มากขึ้นตามจริตของแต่ละคน แต่ว่า Basic หรือ Minimum Requirement ต้องทำให้ได้ คือ ทำจิตที่รู้สึกตัวให้ได้ จะทำมากจนถึงจิตมีกำลังมาก จากขณิกสมาธิเป็นอุปจารสมาธิ หรือเป็นฌาณก็แล้วแต่ ถ้าใครสามารถทำได้ แต่อย่างน้อยต้องให้ได้ ขณิกสมาธิ พื้นฐานของขณิกสมาธิ คือ ความรู้สึก รู้ชัด ให้เก…
 
"ถ้าเราภาวนามาช่วงหนึ่งแล้วรู้สึกว่าเราไม่พัฒนา จริงๆ แล้วบางทีเรายังติดกิเลสที่ละเอียด แต่เรามองไม่เห็น ลองไปสำรวจตัวเอง อะไรที่ยังติดยังข้องอยู่ อะไรที่เป็นความเคยชินของเรานี่แหละ จะเป็นตัวที่หลอกเราได้ดีที่สุด เพราะความเคยชินนี่ เราจะไม่รู้ตัว จะทำตามความเคยชินแล้วก็ติดอยู่ตรงนั้น" --คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร คอร์สเจริญสติในชีวิตประจำวัน ๑ กุมภาพัน…
 
"เราเลือกที่จะดูสภาวะที่ถูกใจ พอสภาวะที่ไม่ถูกใจ ที่มันไม่นำความสุขมาให้ ที่มันนำความทุกข์มาให้ เราปฏิเสธ ถ้าเรายอมรับความจริงว่ามันเป็นแค่สภาวธรรม มันแสดงให้เราดู มันไม่เกี่ยวอะไรกับเรา เราจะเห็นสภาวะได้เยอะแยะ จะสนุกแล้วก็ฉลาดมากขึ้น เพราะสภาวะที่ถูกใจ หรือสภาวะที่ไม่ถูกใจ ล้วนแต่แสดงไตรลักษณ์ทั้งสิ้น มันเกิดแล้วก็ดับ บังคับบัญชาอะไรไม่ได้สักอย่า…
 
"ภาวนาต้องอาศัยแรงใจ ต้องอย่าลืมว่าเราทำสงครามกับกิเลส เราทำสงครามระยะยาว เราอาจไม่ได้ทำสงครามชาติเดียวหรอก เราตั้งใจแค่ดูมันเรื่อยๆ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่ได้ แต่จะดู จะภาวนาซะอย่าง ตั้งเป้าไว้อย่างนี้ อย่างน้อยถ้ามันไม่ได้อะไรจริงๆ มันก็ยังเป็นสมบัติที่ติดตัวเรา ทั้งบุญกุศล ทั้งจิตที่คุ้นเคยกับการภาวนา มันเหมือนเป็นโปรแกรมที่อยู่ในจิต ข้ามภพข้ามชาติ…
 
"สติต้องเกิดเอง ย้ำนะว่าต้องเกิดเอง เป็นสัมมาสติ ถึงจะใช้ได้ ถ้าภาวนา ยังมีการบังคับ มีการจงใจ มีการชักชวนให้ดูอยู่ ยังคิดอยู่ สติตัวจริงไม่เกิด แต่ถามว่า จำเป็นต้องทำไหม จำเป็นต้องทำ เพราะถ้าไม่ทำ สติตัวจริงก็ไม่มีทางเกิด" --พระอาจารย์สมชาย กิตฺติญาโณ คอร์สเจริญสติในชีวิตประจำวัน ๓๑ มกราคม ๒๕๖๓
 
"การทำในรูปแบบ ต้องประกอบด้วยสติ การเดินจงกรมเป็นการทำสมถะอย่างหนึ่งเหมือนกัน ต้องประกอบด้วยสติ จิตเป็นยังไง เรารู้ ไม่อย่างนั้น เราก็เหมือนกับที่หลวงพ่อบอก ทำมิจฉาสมาธินั่นแหละ คือ ทำสมาธิโดยที่ไม่มีสติรู้ทันว่า ตอนนี้เป็นยังไง" --คุณณพัทธ์พล คุณาธนะเศรษฐ์ คอร์สเจริญสติในชีวิตประจำวัน ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓…
 
"ถ้าเรามาเห็นจิตที่หลง คือหลงออกไปหกช่องทาง ออกทางตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ตอนนั้นคือ มันมีตัวรู้ขึ้นมา มันตั้งมั่นขึ้นมาเป็นผู้รู้ผู้ดู เพราะขณะที่หลงนั้น คือจิตที่ไม่ได้อยู่ที่ฐาน เป็นจิตที่ฟุ้งซ่าน ความฟุ้งซ่านเป็นศัตรูของสมาธิ เมื่อไหร่ที่รู้ว่าฟุ้งซ่าน ตอนนั้นเกิดสมาธิขึ้นหนึ่งขณะ หนึ่งขณะ ทุกครั้งที่รู้ตรงความเป็นจริง" --คุณนิติยา เพ็ชรไพบูลย์ …
 
"สิ่งหนึ่งที่วัดเราได้ สังเกตุได้เลย เราจะรู้เลยว่าช่วงนี้การปฏิบัติเราติดอยู่ตรงไหน ตอนตื่นนอน สมมุติรู้สึกตัวขึ้นมาปุ๊บแว๊บแรก แล้วมันไหลไปคิดหมดเลยให้รู้ว่า ช่วงนี้ให้รู้เลยว่าจิตฉันฟุ้งซ่าน แต่ถ้าแว้บแรกขึ้นมามันนิ่งๆให้รู้ว่าจิตเราติดนิ่งอยู่ เราสังเกตได้เลย ขึ้นมาแล้วว่างๆ จิตเราไปติดว่างอยู่ นี่คือนาทีทองของการที่เรารู้ว่าจิตขณะแรกเราติดอะไร…
 
"ฝึกไปจนสติตัวจริงเกิด ถ้ามันไม่เกิดต้องพามันดูไปก่อน ดูร่างกายทำงาน ดูจิตใจทำงาน ดูความโลภ ความโกรธ ความหลง ดูไปเรื่อยๆ ดูไปบ่อยๆ ต่อไปพอสภาวะมันเกิด สติจะเกิดขึ้นเองอัตโนมัติ" --พระอาจารย์สมชาย กิตฺติญาโณ คอร์สกลุ่มธรรมทาน ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓
 
"เห็นเท่าที่เห็นได้ แต่ละคนเห็นสภาวะไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่าต้องเห็นทั้งเกิด ทั้งดับ สภาวะอะไรเกิดขึ้นในกายในใจเรา เรารู้ก็พอแล้ว รู้ทันเท่าที่รู้ได้ สะสมกำลังไป สะสมความรู้ความเข้าใจให้จิตไปเรื่อยๆ เรารู้สึกถึงความรู้สึกในใจเราที่เปลี่ยนไป รู้สึกถึงกิเลสที่เกิดขึ้นในใจ เห็นใจที่มีภาระ เราดูในอีกมุมหนึ่งก็ได้ เราดูในมุมที่เราดูได้ เรารู้การเปลี่ยนแปล…
 
"พวกที่กิเลสแรง แนะนำให้ไปดูกิเลสตัวเล็กๆ ที่ซ่อนอยู่ หัดดูของเราไป เราหัดดูกิเลสเล็กๆ ได้ จิตจะมีกำลัง เวลามันแรงขึ้น มันจะไม่แรงเท่าเดิม ไม่ทันแรง เราก็รู้ทันได้ไวขึ้น สมมติว่ามีราคะแรงๆ ก็หัดดูราคะตัวเล็กๆ ใครที่มีโทสะแรงๆ หัดดูโทสะตัวเล็กๆ ของเรา ที่มีอยู่ประจำต่อเนื่อง เรื่อยๆ หัดดูไป ต่อไปใจเราก็จะรู้ทันได้ไวขึ้น" --คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร คอร…
 
"บางคนจะให้ไปดูจิตที่ไหล ดูยาก นานๆ จะเห็นที พอเราเจตนาไปดูก็เป็นบังคับ มันดูไม่ได้ตลอดเวลา ไม่เห็นจิตไหลไม่เป็นไร แต่พอไหลแล้ว ใจเป็นอย่างไร เราคอยรู้ทัน ยังใช้ได้ สมมุติว่าใจไหลไปแล้ว ใจคิดเรื่องดี เรื่องไม่ดี ใจยินดีหรือยินร้าย หรือใจไม่เป็นกลาง รู้ทันตรงนั้นก็ยังได้ หรือว่าไหลไปแล้ว ใจมีกิเลส มีโลภ มีโกรธ มีหลงอะไร เราคอยรู้ทัน อย่างนี้ก็ยังใช้…
 
"การภาวนาต้องสบายๆ เป็นอย่างที่เคยเป็น เป็นคนร่าเริงก็ร่าเริงได้ แต่ให้รู้สึกตัว แต่คำว่ารู้สึกตัว มีสติ มันคอยบังคับให้เราควบคุมอยู่เรื่อยๆ ไม่ต้องรู้สึกตัวตลอดเวลา มันเป็นไปไม่ได้ รู้เท่าที่รู้ได้ ค่อยๆ ฝึกไป ถ้ารู้สึกตลอดเวลาให้รู้เลยว่าเพ่งแล้ว ผิดปกติ ผิดธรรมดา ผิดธรรมชาติ เพราะธรรมชาติเราต้องหลง หลงมาไม่รู้กี่ภพกี่ชาติ หลงมาตั้งแต่เล็กจนโต จน…
 
"สิ่งต่างๆ เวลาที่เราภาวนาไป ทุกครั้งที่เราภาวนาแล้วมันไม่ใช่หรือมันผิด อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเดินผ่าน ถ้าทำอย่างนี้มันก็ผิด ทำอย่างนี้มันก็ผิด วันหนึ่งมันถึงรู้ว่าที่ผิดมาเพราะอะไร แล้วมันจะถูกเอง อย่าคิดว่า อันนี้ก็ผิดอีกแล้ว อันนี้ก็ผิดอีกแล้ว เพราะข้อเท็จจริงการภาวนา สิ่งที่ถูกทำขึ้นมาไม่ได้ เรามีแต่เรียนรู้เหตุ ทำอย่างนี้เผลอไป ทำอย่างนี้ฟุ้…
 
"ผู้เรียน : กราบพระให้ดูร่างกายเคลื่อนไหวใช่ไหมครับ คุณหมอณัฐ : ใช่ แต่ว่าให้ย้อนดูใจด้วยว่า ตรงที่กราบเนี่ยมีการสำรวมหรือรวบใจไว้ รู้กาย แล้วก็รู้ใจด้วย ถ้าไม่เห็นการรวบ ก็จะติดรวบ ถ้าเห็นสิ่งใด ก็ไม่ติดสิ่งนั้น" --ทันตแพทย์ณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ คอร์สจีนครั้งที่๑๒ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๒
 
"การดูลมหายใจ หรือ ทำกรรมฐานอะไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องการคือ ความรู้สึก ความรู้สึก เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ความรู้สึก จะนำไปหาความรู้สึกตัว ความรู้สึก กับความสงบ เป็นคนละตัว ในความสงบอาจจะไม่มีความรู้สึก แต่ในความรู้สึก มีความสงบหล่อเลี้ยงอยู่ ความสงบที่มีความรู้สึก จะนำเข้าหาสิ่งที่เรียกว่า สมาธิ ในความรู้สึกพร้อมความสงบ ที่เรียกว่าสมาธิ เพราะมีความ รู้…
 
"ผลที่เรานั่งสมาธิ เราลองไปสังเกต ใจตัวเอง ถ้านั่งแล้วใจมันซึม มันเคลิ้ม แสดงว่าสติอ่อนไป หรือว่า นั่งแล้วมันเคร่งเครียด ก็แสดงว่าเพ่งมากไป ถ้าเพ่งมากไป ก็โยนกรรมฐานเก่าทิ้งไป แล้วทำสบายๆ หรือทำไปแล้วมันฟุ้งๆ ก็แสดงว่า พื้นฐานเราใจมันฟุ้งซ่านง่าย ก็แค่รู้ว่าใจมันฟุ้ง แล้วเราก็ทำ จะพุทโธ หรือ หายใจไป เราก็ทำไปเหมือนเดิม แค่รู้ทันใจเรา" --พระอาจารย์ส…
 
"เราหัดรู้ทันไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะเห็นไตรลักษณ์ของความปรุงแต่งทุกตัว เป้าหมายหลักของเราก็คือ เห็นความปรุงแต่ง เห็นขันธ์ ๕ แต่ละตัวเปลี่ยนไปเรื่อยๆ เห็นมันเป็นไตรลักษณ์ไปเรื่อยๆ คือเห็นทุกตัว มาแล้วไปๆ" --คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร คอร์สจีน#๑๒ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๖๒
 
"ถ้าเราภาวนาแล้วไม่เอาการปฏิบัติมาหลอมรวมกันในชีวิตจริงๆ โอกาสที่จะเข้าใจธรรมะยากมาก ถ้าภาวนาทั้งวันแล้วกลายเป็นว่าเราทำสมาธิทั้งวัน นั่งก็นั่งเพ่ง เดินก็เดินเพ่ง แล้วทำอยู่นานๆ เข้า ผลสุดท้ายกลายเป็นเพ่งจนชำนาญ แต่เวลาใช้ชีวิตจริงๆ มีสภาวะให้ดูทั้งวัน กระทบผัสสะเยอะมาก แล้วร่างกายเป็นอย่างไร จิตใจเป็นอย่างไรแล้ว มันจะเห็นง่ายกว่า มาฝึกสติในชีวิตจร…
 
"คนส่วนใหญ่เริ่มปฏิบัติแล้วพลาด เพราะจะไปดูจิตโดยตรง มันไม่เห็นเพราะเรายังไม่ได้ซ้อมการมีสติที่ถูกต้อง จะไปดูจิตโดยตรงมันจะไม่เห็น สิ่งที่เห็นคือคิดเอา ดูไม่ถึงจิต แต่ถ้าเราฝึกสติเรื่อยๆ จิตจะไปเริ่มรู้สภาวะเองโดยที่เราไม่ได้สั่ง จิตทำเอง จิตเรียนรู้สภาวะเอง ตามรู้จิตเปลี่ยนแปลงเอง แต่จะทำถึงขั้นนี้ได้ต้องมีกำลังเพียงพอ เราต้องปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ …
 
"พาใจมาเห็นความจริง เห็นกายทำงาน เห็นใจทำงาน รู้สึกด้วยใจไปเรื่อยๆ เห็นซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ เห็นความไม่เที่ยง ความทนอยู่คงที่ไม่ได้ การที่เห็นซ้ำๆ ไปเรื่อยๆ มันจะเริ่มพบเลยว่า ในกายใจของเรานี้ มันหาอะไรที่เที่ยงแท้ถาวรไม่ได้ เอาเป็นที่พึ่งพาอาศัยไม่ได้ จิตนี้จะค่อยๆ คลายความยึดถือลง คลายความผูกพันลง ถ้าเราคลายความยึดถือลง คลายความผูกพันลงได้เมื่อไหร่ ทั้…
 
"ยิ่งเห็นสภาวะได้มาก นั่นคือ เรามีสมาธิมาก ที่หลวงพ่อบอก เป็นฆราวาสที่มีคุณภาพ มีจิตตั้งมั่นมากๆ ต่อไปก็จะเรียนรู้กาย เรียนรู้ใจเราได้มากๆ เห็นตัวหลงเกิดขึ้นบ่อยๆ ไม่ต้องไปห่วงเรื่องปัญญา มันตามมา เพราะเกิดตัวรู้ตัวนี้ เกิดตัวรู้ จิตตั้งมั่นขึ้นมา จะเห็นสิ่งที่ถูกเห็น เป็นสิ่งที่ถูกรู้ถูกดู สิ่งที่ถูกรู้ถูกดู ไม่ใช่ตัวเรา" --คุณณพัทธ์พล คุณาธนะเศรษ…
 
"สิ่งที่เรียนรู้ในเส้นทางของการปฏิบัติ คือ ศึกษาเรื่องศีล ศึกษาเรื่องจิต ศึกษาเรื่องปัญญา ศีล คือ พื้นฐาน เปรียบเหมือนแผ่นดิน ถ้าฐานไม่หนักแน่น สร้างสิ่งใดบนแผ่นดินนั้นก็ล้ม ศีล คือ การมีเจตนางดเว้นที่จะไม่ทำกรรมชั่วหยาบ... รู้ทันจิต คืออะไร ขณะที่นั่งอยู่ รู้สึกถึงการมีอยู่ของร่างกาย รู้สึกว่าร่างกายนี้นั่งอยู่ มันมีตัวนึงรู้สึก นั่นแหละคือจิต... …
 
"เวลาที่เราภาวนาดีๆ เรามักจะพยายามรักษาให้มันดีต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดว่าจิตที่ภาวนาดีแล้วจะหลุดพ้น ต้องเรียนรู้นานเลย กว่าจิตจะยอมว่ามันไม่ถูก อย่างเราภาวนาดีแล้ว เราไปอยู่กับโลกแล้วจิตเสื่อม เราก็ไปโทษว่าการไปทำงาน การออกไปข้างนอกทำให้จิตเสื่อม แต่จริงๆ แล้ว ถึงไม่ไปทำงาน ไม่ออกไปข้างนอก จิตก็เสื่อม เพราะโดยธรรมชาติ จิตเจริญแล้วเสื่อม กว่าจะเรียนรู…
 
"ให้จับความรู้สึกไว้ เพื่อจิตมันจับอารมณ์ ยึดอารมณ์น้อยที่สุด ยังเป็นสมถะอยู่ ไม่ถึงขึ้นปัญญา แต่เพื่อพัฒนาให้จิตมันลงฐานและใกล้กลาง สุดท้าย มันทิ้งตรงนี้ มันรู้สึกที่เป็นกลาง มันจะง่ายคือ ภาระที่มันจะเพ่งหรืออะไร มันน้อยที่สุด จิตจับ รู้สึกๆ สักพักหนึ่ง นี่เป็นแค่เหตุ ยังไม่ใช่ผล สุดท้าย ความรู้สึกที่เป็นผล ที่ไม่ได้จงใจ มันจะเกิด มันจะชัดมาที่จิต…
 
"ตัวที่เราต้องใส่ใจดูให้เยอะๆ คือ ดูรูป ดูร่างกาย กับดูทางจิตใจ ดูเวทนา ดูความสุข ความทุกข์ ความเฉยๆ แล้วก็ดูสังขาร ความปรุงแต่ง ปรุงสุข ปรุงทุกข์ ปรุงดี ปรุงชั่ว หรือว่า โลภ โกรธ หลง อย่างนี้ หัดดูไปเรื่อยๆ ถ้าเราดูไปเรื่อยๆ พื้นฐานสติเราดี มันจะได้สมาธิที่ถูกต้องขึ้นมา แล้วมันจะค่อยๆ ล้างความเห็นผิดเอง อย่างเวลา มันมีจิตผู้รู้เกิดขึ้นมาแล้ว ถ้าย้…
 
"อย่าไปนึกภาพการภาวนาเป็นเรื่องประหลาด เราไปทำจิตเป็นอย่างนั้น เป็นอย่างนี้ เมื่อไหร่เราไปแทรกแซงจิต ทำให้ผิดธรรมชาติ เมื่อนั้นกำลังทำอัตตกิลมถานุโยค หมายความว่า เราไปบังคับมัน แทนที่จะเห็นของจริง" --คุณณพัทธ์พล คุณาธนะเศรษฐ์ คอร์สเรียนรู้ตัวเองขั้นพื้นฐาน บ้านสติ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
 
"การทำรูปแบบ ๑๕นาที ๒๐นาทีแรก ส่วนใหญ่เป็นเวลาของความฟุ้งซ่าน ไม่ต้องคิดจะรีบสงบ แต่เป็นเวลาที่เราตั้งใจจะเรียนรู้มัน เอาความฟุ้งซ่านเป็นครู ดูความฟุ้งซ่านไป มันจะทนสติปัญญาได้แค่ไหน ฟุ้งซ่านก็เป็นไตรลักษณ์" --คุณนิติยา เพ็ชรไพบูลย์ คอร์สเรียนรู้ตัวเองขั้นพื้นฐาน บ้านสติ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๒
 
"เป้าหมายหลักของศาสนาพุทธ คือเพื่อความพ้นทุกข์โดยสิ้นเชิง การที่ไม่พ้นทุกข์ เกิดจากการที่ไม่รู้ความจริงของกายใจ ทำให้ยังคงให้ยึดถือในกายในใจ ตราบใดที่ยังยึดถืออยู่ ตราบนั้นก็ยังไม่พ้นทุกข์ เป้าหลักคือทำอย่างไร ให้เข้าใจความจริงของกายใจอย่างถ่องแท้ นี่คือเป้าหมายหลักของวิปัสสนากรรมฐาน" --คุณแม่ชีอรนุช สันตยากร คอร์สเรียนรู้ตัวเองขั้นพื้นฐาน บ้านสติ …
 
"ภาวนาไม่คาดหวังอะไรแต่ทำไปเรื่อยๆ ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ช่างมัน แต่ทำไปเรื่อยๆ ไม่ปล่อย เรามีหน้าที่ทำเหตุ ผลจะเป็นอย่างไร เรื่องของมัน ทำถวายบูชาพระพุทธเจ้า ทำถวายครูบาอาจารย์ไป เพราะเราได้เกิดมาภาวนา ได้ระลึกถึงคุณของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เราก็ได้บุญแล้ว มันไม่ไช่ว่าเราไปซีเรียสเพื่อเอาผลของมัน เราภาวนาไปอย่างนี้แล้วเราจะอยู่กับโลกได้สบายด้วย ทำอะไ…
 
"คำว่า ปฏิบัติ คือการรู้อยู่เฉพาะหน้า มีสภาวะอะไรเกิดขึ้นแล้วรู้ รู้อะไร รู้ที่กายที่ใจตนเอง เพราะงั้นต้องฟังให้เข้าใจหลัก เข้าใจแล้วถึงค่อยลงมือปฏิบัติ ปฏิบัติแล้ว ปฏิบัติอีก ทดลองแล้ว ทดลองอีก สังเกตไหมอัจฉริยะที่ค้นพบอะไรทั้งหลาย ผิดร้อยครั้ง ถูกครั้งเดียว การปฏิบัติธรรมก็แบบเดียวกัน เพราะเส้นทางนี้เราไม่เคยเรียนรู้มาก่อน เป็นไปได้ไง ปฏิบัติปั๊บ…
 
"สติ มี 2 แบบ สติธรรมดา กับสติที่เกิดจากการระลึก มีความรู้สึกตัวเป็นองค์ประกอบ ต่างจากสติ ที่เราเข้าใจทั่วไป สติทั่วไปต้องใช้การเพ่งจ้อง จะไปรู้สิ่งที่อยาก ไปเพ่งดู แต่มันลืมกาย ลืมใจ อันนั้นมันก็มีประโยชน์ ทำงานต้องใช้อย่างนั้น ทำงานเราก็ต้องใช้ รู้สิ่งที่เราไปสนใจ ตอนรู้สิ่งที่สนใจ สติแบบที่ 2 ไม่มี ถ้ามีสติแบบที่ 2 สติแบบที่ 1 ก็ไม่มี มันจะสลับก…
 
"เรามีสมาธิในการเพ่งดู เพ่งจ้อง อันนี้เรียกว่ามีสติทั่วไป ไม่ใช่สติที่เป็นความรู้สึก สติที่เป็นความรู้สึก มันมีสมาธิอยู่ในนั้น มันจะไม่เคลื่อน จะระลึกรู้ รู้ชัดในร่างกายจิตใจ ทำขึ้นไม่ได้ แต่หัดมันได้ หัดแล้วจะเกิด" --คุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ คอร์สจิตเกษม ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒
 
"ถ้าจะบริกรรมไปเดินไป แสดงว่ากรรมฐานหลักคือคำบริกรรม เดินไปไม่ได้สนใจร่างกาย สนใจคำบริกรรม บริกรรมแล้วย้อนมาดูใจ เพ่งให้เห็น เผลอให้เห็น เพราะร่างกายไม่ใช่ตัวกรรมฐานหลัก ชอบคำบริกรรม พอบริกรรมไป ก็ต้องย้อนมาดูใจ ต้องไปจับ principle ให้มันถูก จะได้เห็นจิต ไม่งั้นไม่เห็น" --คุณหมอณัฏฐ์ ศรีวชิรวัฒน์ บ้านจิตสบาย ๙ พฤศจิกายน…
 
"สติที่ต้องพัฒนา คือสติที่มีความรู้สึกตัว มีความรู้สึกตัวเป็นองค์ประกอบ จิตจะมีสมาธิในนั้น ตั้งมั่นขึ้นมา รู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง แต่เรื่องที่พูดอาจจะไม่รู้เรื่อง มันจะมารู้แค่กายใจอย่างเดียว รู้แล้วความจริงจะปรากฎ เห็นกายเห็นใจตามความเป็นจริง รูปนามกายใจจะแยกออก เมื่อแยกมันจะแสดงความเป็นไตรลักษณ์ให้เราดู ขณะนั้นความคิดมันจะไม่มี มันจะมีสภาวะที่…
 
"เวลาที่เดินจงกรมต้องสบาย ถ้าเดินแล้วบังคับ จะไม่มีความสุขในการเดิน มันก็จะไม่มีความยินดีในการภาวนา ให้ดูก่อนว่าเวลาที่เราเดินเหมาะสมไหม เราวางใจอย่างไรในการเดินจงกรม เราจะเอาความรู้สึกตัวหรือเปล่า ถ้าเราจะเดินเอารู้สึกตัวก็ต้องบังคับ พอบังคับก็ไม่มีความสุข ต่อมาดูว่าหัวจงกรมท้ายจงกรม รู้ตัวทั่วพร้อมจริงไหม ถ้ารู้ได้จริงๆ สภาวะความรู้ตื่นและเบิกบาน…
 
"วิปัสสนาเป็นผลจากสมถะที่ประกอบด้วยสมาธิที่สงบและมีความตั้งมั้น มันถึงจะไปเห็นความเป็นจริงของกายและใจได้ เช่น จิตที่ไหล ไหลไปเอง จิตที่สงบ สงบเอง จิตที่สงบ บังคับไว้ก็ไม่ได้ จิตที่ฟุ้งซ่าน ก็จะบังคับให้ไม่ฟุ้งซ่านก็ไม่ได้ ตรงนี้ถึงขึ้นวิปัสสนา เห็นไตรลักษณ์ของมัน เมื่อไรเราเห็นไตรลักษณ์ของกายของใจได้ ตรงนั้นถึงขึ้นวิปัสสนา แต่สภาวะที่เราทำสมาธิอยู่…
 
"เวลาดูจิต ก่อนรู้อย่าตั้งใจรู้หรืออย่าตั้งใจดู ถ้าเราตั้งใจดูเราจะไม่เห็นมันทำงาน เปรียบจิตเป็นครูอยู่หลังชั้น เด็กนักเรียนอยู่หน้าชั้น ไม่รู้ว่าครูอยู่ข้างหลัง เด็กจะทำงานทุกอย่างเลย แอบกินขนม เล่นเกม ลอกการบ้านเพื่อน อ่านการ์ตูน เด็กจะทำงานปกติ แต่ถ้าครูมาอยู่หน้าชั้น เด็กนักเรียนจะนิ่ง เรียบร้อยหมดเลย เราจะไม่เห็นการทำงานจริงๆของเขา เพราะฉะนั้น…
 
Loading …

คู่มืออ้างอิงด่วน

Google login Twitter login Classic login